รถรับจ้างขนของ วิธีการวางแผนในการย้ายบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ

รถรับจ้างขนของ วิธีการวางแผนในการย้ายบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ การย้ายบ้านถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราทุกคนเลยทีเดียว เพราะมันคือการย้ายชีวิตของเราทั้งชีวิตไปอีกที่หนึ่ง

ดังนั้นผู้เขียนเชื่อว่าผู้อ่านน้อยคนที่จะมีประสบการณ์การย้ายบ้านอย่างโชกโชน เพราะในชีวิตคนเราคงจะย้ายบ้านอยู่ไม่กี่ครั้ง และการย้ายบ้านก็มีความเสี่ยงในการขนย้ายหลายอย่าง เช่น สินค้าจะเสียหาย สูญหาย เป็นต้น ดังนั้นเพื่อป้องกันเหตุการนั้นเราจึงควรใช้บริการรถรับจ้างขนของ หรือ รถรับจ้างทั่วไปราคาถูกที่เป็นมืออาชีพเข้ามาช่วย แต่อย่างไรก็ตามเราก็ควรมีความรู้ในการวางแผนย้ายบ้านไว้บ้างเพื่อให้การขนย้ายมีประสิทธิภาพและสะดวกรวดเร็วที่สุด ดังนั้นเราไปดูวิธีการย้ายบ้านอย่างมีประสิทธิภาพกันก่อนเลย ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง

วิธีการวางแผนในการย้ายบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ
1 เอกสารสำคัญต้องรวบรวมไว้ให้ดี

เก็บรวบรวม เอกสารต่างๆที่สำคัญ โดยใส่เอกสารสำคัญๆ ที่ต้องใช้ในการย้ายบ้าน ไม่ว่าจะเป็นใบจองรถบรรทุกขนของ สำเนาทะเบียนบ้าน สัญญาจำนอง ประกันอัคคีภัย ใบจองโรงแรม รายละเอียดของคนสำคัญๆ สำหรับติดต่อ (นายหน้าขายที่ดินหรือเจ้าของที่) และเอกสารอะไรก็ตามที่เป็นเอกสารสำคัญให้รวบรวมใส่แฟ้มและถือติดตัวไปด้วย ห้ามให้พนักงานขนย้าย โดยเราอาจจะมีกระเป๋าเดินทางสักใบที่ไว้ใส่ของเหล่านี้ อ้อ ! แล้วอย่าลืมพวกของในตู้เซฟ อย่าง เพชร แหวนทอง โดยเอามาเก็บไว้ให้นี้ในกระเป๋าเดินทางแล้วนำไปกับคุณทุกที่ อย่าเอาไปให้พนักงานขนย้ายโดยเด็ดขาด เช่นอาจจะเอาไปไว้ในรถของเรา

2. วางแผนเตรียมกล่องและอุปกรณ์

รวบรวมอุปกรณ์ที่ต้องใช้สำหรับเก็บของ รวมถึงกล่องใส่ของขนาดต่างๆ. คุณจะต้องใช้กล่องที่แข็งแรงขนาดต่างๆ เพื่อเก็บของที่มีขนาดต่างกันไป ต้องดูให้ดีนะว่าอุปกรณ์ที่ใช้กับกล่องทั้งหมดมีคุณภาพดีไม่พังระหว่างขนย้าย ใครใช้บริการรถรับจ้างขนของลองติดต่อกล่องจากบริษัทเหล่านี้ดูเพราะโดยส่วนมากบริษัทมืออาชีพมักมีเตรียมไว้หรือสามารถแนะนำแหล่งซื้อให้เราได้ สำหรับของที่วัสดุเป็นแก้วนั้น เอาแต่ละอันไปม้วนในถุงเท้า ถุงเท้าเหมาะกับการกันกระแทกที่สุดแล้ว เวลาชนกันแก้วข้างในจะได้ไม่แตก หรืออาจจะใช้พลาสติกบับเบิ้ลกันกระแทกก็ได้ และอย่าลืมถ่ายรูปอะไรที่ติดตั้งยากๆ อย่างเช่นสายด้านหลังทีวีของคุณ. หรือมีของอะไรที่คุณต้องใช้เวลาติดตั้งนานมาก ให้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นตัวอย่างด้วย

3. เริ่มเก็บแบบมีประสิทธิภาพ

เริ่มเก็บของ ห่อของแต่ละชิ้นให้ดีโดยใช้แผ่นโฟมกันกระแทก พลาสติกฟองอากาศ (พลาสติกบับเบิ้ล) หรือเสื้อ แล้ววางลงในกล่องโดยเลือกวางด้านที่ดูแล้วน่าจะพังยากที่สุด ควรเอาของหนักๆ วางไว้ด้านล่าง ส่วนของที่มีน้ำหนักน้อยหน่อยก็วางไว้ด้านบน พยายามทำให้กล่องหนึ่งเต็มมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้ลดจำนวนกล่องที่ต้องใช้

เก็บของที่บอบบางและแตกง่ายโดยระวังเป็นพิเศษ ถ้าจำเป็นก็ใช้แผ่นโฟมกันกระแทกหรือพลาสติกฟองอากาศหลายๆ แผ่นมาห่อของที่ว่านี้ ใช้พลาสติกแรประหว่างขวดกับฝาของมันเพื่อป้องกันไม่ให้รั่ว หรือเอาสำลีแทรกระหว่างเครื่องสำอางค์ด้วย

การเก็บจานหรือชาม ควรเรียงจานเป็นแนวตั้ง และอย่าลืมหากระดาษหนังสือพิมพ์หรือพลาสติกห่อจานไว้เพื่อป้องกันการแตกและเขียนข้างกล่องไว้ตัวใหญ่ว่า จาน ระวังแตก! และแจ้งบริษัทขนส่งให้ระมัดระวัง

4. เขียนเลขบนกล่องทุกใบที่เก็บเรียบร้อยแล้ว

เขียนเลขบนกล่องแต่ละใบที่เก็บของเสร็จแล้ว เมื่อคุณรู้แล้วว่ามีกล่องกี่ใบคุณถ้ามีใบไหนหายไปจะได้รู้ อีกทั้งจะได้บอกพนักงานขนย้ายด้วยว่ามีทั้งหมดกี่กล่อง

5. กล่องที่จะเปิดใบแรกคือกล่องที่ต้องเก็บใบสุดท้าย

เก็บของ ลงในกล่องสำหรับที่จะ “เปิดกล่องแรก” เมื่อไปถึงบ้านใหม่ เป็นกล่องสุดท้าย ซึ่งกล่องใบนี้จะใส่ของที่คุณใช้ถึงวันที่จะย้ายบ้านเลย ลองคิดถึงของชิ้นเล็กๆ ที่คุณน่าจะต้องใช้ก่อนเริ่มแกะกล่องทั้งหมด เช่น น้ำยาล้างจาน ฟองน้ำ กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า ปากกาสองสามแท่ง กรรไกร ช้อนกับส้อมกระดาษหรือพลาสติก ที่เปิดขวด ผ้าขนหนูของแต่ละคน หม้อและกระทะอย่างละใบ ไม้พายหรือตะหลิวพลาสติกไว้คน คัตเตอร์หลายๆ อัน ไว้เปิดกล่องต่างๆ ฯลฯ จำไว้ว่าเราต้องทั้งล้างมือ กินอาหาร และอาบน้ำก่อนที่จะแกะของทั้งหมดหลังจากย้ายบ้านอยู่แล้ว ดังนั้นถ้ามีกล่องใบนี้ก็จะทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้นเยอะ วางแผนให้ดีว่าต้องใช้อะไรบ้าง

6. นับจำนวนอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ และกล่องทั้งหมด

อย่าลืมว่าเราต้องนับเฟอร์นิเจอร์ของเราทุกชิ้นโดยอาจจะเขียนไว้ในสมุดว่าเฟอร์นิเจอร์ที่เราต้องย้ายมีกี่ชิ้น ถ้าคุณคอยดูอยู่เรื่อยๆ ว่ามีกล่องกี่ใบ ก็นับจำนวนไว้เลย จำได้หรือเปล่าว่าใบไหนอยู่ตรงไหน ต้องแปะเทปเพิ่มที่กล่องไหนหรือเปล่าหรือต้องเขียนข้อความระมัดระวังอะไรไหม พอนับแล้วจำนวนเยอะกว่าที่คิดจนต้องขอรถที่ใหญ่กว่าเดิมไหม ดูแต่ละห้องเพื่อเช็คว่าเก็บทุกอย่างแล้ว รวบรวมของที่ยังตกค้างมาไว้ในห้องเดียว จำไว้ว่าเมื่อยกกล่องเข้าไปในรถหมดแล้ว และคนขนย้ายบอกว่าครบแล้ว การตรวจบ้านทุกห้องอีกครั้งหนึ่งเพื่อดูว่าไม่เหลืออะไรทิ้งไว้นั้นเป็นความรับผิดชอบของคุณ